วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

เลือกคบเพื่อนอย่างไรให้ชีวิตพบแต่สิ่งที่ดี

มีหลักง่ายๆอยู่ 4 ข้อด้วยกัน คือ หลักเรื่องความรับผิดชอบ ซึ่งขยายความได้ดังนี้
1)รับผิดชอบตัวเอง ซึ่งสำคัญที่สุดในโลกเลย เพราะไม่มีใครจะมารับผิดชอบตัวเราแทนเรา
2)รับผิดชอบต่อคนรอบข้าง พูดง่ายๆ ขั้นต้น รับผิดชอบต่อครอบครัวของเรา
3)รับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ส่วนรวมในที่นี้ของหนู ก็สถาบันการศึกษาที่เรียนอยู่นั่นแหละ อย่าเพิ่งไปรวมถึงขนาดประเทศชาติบ้านเมืองเลย
4)รับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ เอาชัดๆอย่างนี้ก่อน
ข้อแรก รับผิดชอบต่อตัวเอง คุณหนูรู้นะ ว่าหน้าที่ของคุณหนูตอนนี้คือเรียนเป็นหลักเลย เพราะฉะนั้น การเรียนต้องไม่ขาดตกบกพร่อง นั่นเป็นหน้าที่ที่รับผิดชอบส่วนตัวเลยทางโลก
แต่ในทางธรรม ต้องรับผิดชอบควบคู่กันไปด้วย ก็คือ ศีล 5 ข้อ เพราะมันเป็นต้นทุนแห่งความเป็นมนุษย์ของหนูเอง โชคดีแล้วที่ได้เกิดมาเป็นคน เพราะว่าเกิดมาเป็นคนมีโอกาสที่จะได้ทำความดีสารพัด พูดง่ายๆ สัตว์ในโลกนี้มีเยอะแยะหลายประเภท แต่ไม่ว่าจะเป็นประเภทไหน แต่ไม่ว่าประเภทไหน ตั้งแต่เล็กจนโตกว่าช้างก็ตาม สัตว์เหล่านั้นไม่มีศักยภาพในการทำความดี ยกเว้นคน วันนี้ ชาตินี้ มีบุญได้เกิดเป็นคน ต้องรักษาความมีบุญ ความโชคดีตรงนี้ไว้ บุญพื้นฐานที่ทำให้ได้เกิดมาเป็นคน ก็คือศีล เพราะฉะนั้นต้องรักษาศีลของตัวเองให้ดี
ถึงคราวคบใคร ก็ให้ดูว่าเพื่อนคนนั้นรักษาศีลดีมั้ย ถ้ารักษาศีลไม่ดีช่วยแก้ไขด้วย ถ้าช่วยแก้ไขแล้ว เขาไม่ยอมแก้ไข ถอยไปเถอะ เพราะเขาจะถอยหลังจากความเป็นคนไปเป็นอะไรเสียแล้ว จะไปนั่งนับ 1 ใหม่ อย่าหลงไปนั่งนับ 1 ใหม่กับเขา เพราะฉะนั้นถ้าใครศีลไม่ดี ต่างคนต่างไปแหละดีแล้ว เดี๋ยวคุณจะดึงฉันไปไหนเสียไม่รู้ นี่ข้อที่ 1
ความรับผิดชอบที่ 2 รับผิดชอบต่อครอบครัว ของคุณหนูเอง ก็คุณพ่อคุณแม่ของหนู กับน้องอีกคนหนึ่ง รวมทั้งคนใช้ในบ้านด้วย คุณหนูต้องรับผิดชอบให้ดี คุณพ่อเหนื่อยมั้ยเรื่องค่าเทอม เทอมที่ผ่านมานี่เท่าไหร่ มาเบิกจากคุณพ่อแต่ละทีถอนหายใจเฮือกทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่ทำให้กระทบใจคุณพ่อ หรือจะไปเพิ่มงานให้คุณพ่อต้องทำงานหนักกว่านั้นไปอีก พูดง่ายๆ ใช้เงินพ่อน้อยๆหน่อยก็ดี แลวจะช่วยงานอะไรคุณพ่อได้ก็ช่วยไป ถนอมใจคุณพ่อด้วย เพราะเราโตแล้ว
เรื่องที่สอง ถนอมใจคุณแม่ด้วย คุณแม่อยู่บ้านดูเหมือนไม่เหนื่อย แต่จริงๆแล้วนั่นแหละเหนื่อย แค่ตามดูความประพฤติของคุณหนู คุณแม่ก็เหนื่อยแล้ว ไม่รู้นอนหลับบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่เป็นตัวอย่าง แต่ จริงๆก็คือ คุณพ่อเมื่อต้องออกไปลุยโลกภายนอก ก็เป็นธรรมดา คุณแม่ต้องระวังหลัง ต้องช่วยมองอนาคตคุณหนู ต้องดูรายละเอียดต่างๆเตรียมไว้ให้คุณหนูในอนาคตอีกสารพัด ดังนั้นต้องถนอมใจคุณพ่อคุณแม่ให้ดี แน่นอน น้องอีกคน ก็ต้องถนอมใจกัน คนใช้อีก 2 คนในบ้าน อย่ามองว่าเป็นคนใช้เลย มองว่าเขาเป็นอีก 2 คนที่มาช่วยคุณพ่อเรามาเลี้ยงชีพ เราเองก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวเรา เพื่อนคนไหนที่เขาไม่รับผิดชอบ พ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัวของเขา เตือนได้ก็เตือน เตือนไม่ได้ถอยเถอะ เดี๋ยวเชื้อไม่รับผิดชอบประเภอนี้จะลามมาถึงเรา
ความรับผิดชอบข้อที่ 3 เรามีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ตั้งแต่สถาบันที่เราอยู่ ครูบาอาจารย์ที่สอนเรา ชื่อเสียงของสถาบัน ไม่ว่าการกีฬา ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ทำได้ก็ต้องทำ ทำให้มหาวิทยาลัยของเราเครดิตดีเท่าไหร่ ชื่อเสียงดีเท่าไหร่ มันก็ย้อนมาถึงตัวเราเอง
ความรับผิดชอบที่ 4 ความรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ ก็ย้อนกลับมาเรื่องเดิม คือ อย่าเข้าไปแตะต้องอบายมุขทุกชนิด
1)พวกสุรา ยาเสพติด บุหรี่ต่างๆ ไม่แตะต้อง
2)ไม่เข้าเธค หรือเพื่อนๆชวนไปเที่ยวคอนเสิร์ต คอนเสิร์ตอะไรก็ดูให้ดี ไม่เหมาะไม่ควรก็อย่าไป
เรามองภาพความรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจชัดเจนอย่างนี้ ดูใครไม่มีความรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้ ก็จำเป็นต้องถอย ถ้าช่วยแก้ไขให้เขาไม่ได้ คุณหนูมองภาพเหล่านี้แล้ว ก็จะเห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงละเอียดลออขนาดไหน ไปฝึกให้ได้ตามพระองค์ แล้วเราจะเป็นคนดีอยู่ในสายตาของพระองค์ตลอดไปทั้งชาตินี้ ทั้งชาติหน้า แล้วก็ความตกต่ำก็จะไม่มีแก่เรา
ได้รับความรู้จากหลวงพ่ออย่างนี้แล้ว ช่วยไปแจกจ่ายให้พรรคพวกที่สถาบันด้วยนะ ยัดเยียดด้วย ใช้เทคนิคให้ดีก็แล้วกัน ทำให้เขามีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัวของเขา ต่อสังคม ขั้นต้นคือสถาบันการศึกษา แล้วก็ศีลธรรมทางเศรษฐกิจด้วย ถ้ารับผิดชอบอย่างนี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน นักศึกษา เราพอหวังได้ว่าอนาคตของชาติไทยต้องรุ่งแน่นอน เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น